
รายงานจาก เดวิด ออร์นสตีน บอกว่า ไมเคิล เอ็ดเวิร์ดส์ ผู้อำนวยการกีฬา ลิเวอร์พูล เตรียมแยกทางกับสโมสรหลังสิ้นสุดฤดูกาลนี้
โดยที่ผู้บริหารเองอยากจะรั้งตัว เอ็ดเวิร์ดส์ ไว้ ทว่าโอกาสที่นักเจรจามือฉมังจะจากทีมไปมีมากกว่าอยู่ต่อ
อย่างไรก็ตาม แผนสืบทอดตำแหน่งหน้าที่การงานที่กำลังจะว่างลงตรงนี้ ได้มีการวางบุคคลจะมารับช่วงต่อเรียบร้อยแล้ว
นั่นคือ จูเลน วอร์ด ผู้ซึ่งย้ายจาก แมนเชสเตอร์ ซิตี้ มาร่วมงานกับ ลิเวอร์พูล เมื่อปี 2012
โดยแรกเริ่ม วอร์ด เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งกับทีมสรรหา และแมวมองของสโมสร ทำหน้าที่จับตามองผู้เล่นในแถบยุโรปตะวันตกเฉียงใต้ อย่าง สเปน และโปรตุเกส
สาเหตุที่เขาได้ทำงานแถวภูมิภาคแถบนั้น คือ วอร์ด เคยทำงานให้กับทีมชาติโปรตุเกส ในยุคของ คาร์ลอส เคยรอซ ตั้งแต่ช่วงปี 2008
ในวัย 28 ปีเขาทำหน้าที่แมวมองและวิเคราะห์ผู้เล่น อีกทั้งยังคอยสอดส่องผู้เล่นโปรตุกีส ที่ออกไปเล่นยังลีกต่าง ๆ ทั่วยุโรป
ต่อมาหลังจบฟุตบอลโลก 2010 วอร์ด เข้าสู่รั้ว "เรือใบสีฟ้า" รับผิดชอบติดตามนักเตะละตินอเมริกา
ตอนนั้น เขาไม่รู้หรอกว่าสิ่งที่เขาเคยมีประสบการณ์ จะทำให้ตัวเองเจอกับงานท้าทายที่รออยู่ข้างหน้า
นั่นคือกับสโมสร ลิเวอร์พูล
...
ด้วยการที่ทำงานได้หลากหลายตำแหน่งทำให้ วอร์ด เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว
และในปี 2015 เขาได้รับตำแหน่งผู้จัดการด้านการยืมตัวและการสร้างพันธมิตรด้านฟุตบอล (Loan pathways and Football partnerships Manager) ที่สโมสรเพิ่งตั้งมาไม่นาน
ตำแหน่งนี้มีหน้าที่เกี่ยวกับ การส่งนักเตะดาวรุ่งของทีมออกไปเก็บเกี่ยวประสบการณ์ตอนที่พวกเขายังไม่สามารถขึ้นทีมชุดใหญ่เพื่อลงเล่นเกมระดับสูงได้
"ผมมีหน้าที่รับผิดชอบในการสร้างพันธมิตร และเครือข่ายกับสโมสรต่าง ๆ ทั่วยุโรป" วอร์ด กล่าวตอนปี 2015 หลังได้รับตำแหน่งนี้
"มันเป็นงานที่ผมทำร่วมกับบรรดาสตาฟฟ์โค้ชของเรา รวมถึงผู้อำนวยการกีฬา เพื่อจะทำให้มั่นใจว่าเรามีเครือข่ายที่ดี เป็นทางเลือกที่เหมาะสมสำหรับผู้เล่นอายุน้อยที่พร้อมจะออกไปเผชิญหน้ากับฟุตบอลในระดับที่สูงกว่า หรืออีกแง่หนึ่งก็เป็นทางเลือกให้ผู้เล่นจากทีมชุดใหญ่ที่ไม่ค่อยได้ลงเล่น"
พูดได้ว่าการที่สโมสรตั้งตำแหน่งนี้ขึ้นก็เพื่อวางบทบาทให้แก่ วอร์ด ในการรับผิดชอบดูแลเรื่องพันธมิตร และเครือข่ายกับสโมสรทั่วอังกฤษ รวมถึงทั้งทวีปยุโรป
มันเป็นการทำเพื่อรับประกันว่า ลิเวอร์พูล จะมีสายสัมพันธ์สำหรับการทำให้นักเตะจากอะคาเดมี่ของโมสรได้มีโอกาสไปหาประสบการณ์การลงเล่นในเกมระดับทีมชุดใหญ่
"อันดับแรกเราต้องระบุถึงสภาพแวดล้อมในเชิงบวกที่เหมาะจะให้นักเตะไปเล่นกับทีมนั้น ๆ ให้ได้ แล้วจากนั้นก็ทำให้มั่นใจว่าพวกเขาจะสามารถพัฒนาตัวเองได้เมื่อพวกเขาไปอยู่กับทีมเหล่านั้น" วอร์ด เคยอธิบายเอาไว้เมื่อปี 2018
"เราต้องทำให้มั่นใจว่าประสบการณ์การแข่งขันที่พวกเขาจะได้รับจะเป็นอันที่ดีตั้งแต่ในทีมรุ่นอายุไม่เกิน 18 ปีและในรุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี เมื่อพวกเรารู้สึกว่าพวกเขามาถึงระดับที่ต้องลงเล่นเพื่อไล่ล่าคะแนน และมาถึงจุดที่ต้องรับมือกับความกดดัน พวกเขาต้องได้เจอกับบางด้านของเกมในทีมชุดใหญ่ แล้วจากนั้นเราก็จะมาพิจารณาปัจจัยแวดล้อมอื่น ๆ "
บทบาทของ วอร์ด ทำให้เขาได้มีสัมพันธ์ที่ดีกับหลายภาคส่วนในสโมสร
เพราะเขาจำเป็นต้องประสานงานกับส่วนต่าง ๆ ของทั้ง ลิเวอร์พูล และสโมสรอื่น ๆ ในแต่ละช่วง
และเมื่อเขาได้รับคำชมมากขึ้น หน้าที่ฉากเบื้องหลังของเขาก็เยอะขึ้นตามไปด้วย
...
หลังจากปลูกฝังความสัมพันธ์กับทั้งภายในสโมสร, ทีมอื่น ๆ ทั่วยุโรป และทีมอื่น ๆ ทั่วโลก ทำให้ความสามารถในหลาย ๆ ด้านของ วอร์ด ได้รับการยอมรับจาก ไมค์ กอร์ดอน ผู้เป็นประธานของ FSG
ไม่ว่าจะบทบาทกับ ลิเวอร์พูล เอง หรือประสบการณ์ที่ผ่านมากับ แมนฯ ซิตี้, เปรสตัน, สมาคมฟุตบอลอังกฤษ และทีมชาติโปรตุเกส
สิ่งเหล่านั้นผลักดันให้เขาได้เป็นผู้ช่วยผู้อำนวยการกีฬา ลิเวอร์พูล เมื่อช่วงเดือนธันวาคม ปี 2020
วอร์ด ช่วยงาน เอ็ดเวิร์ดส์ ในเรื่องตลาดซื้อ-ขาย และสัญญาของทีมระดับอะคาเดมี่ ความสัมพันธ์ในการทำงานของทั้งคู่พัฒนาขึ้นตามลำดับจากการที่ได้ทำงานร่วมกัน
ทุก ๆ แผนกในสโมสรลิเวอร์พูล มีความสัมพันธ์ที่ดี และแน่นแฟ้นต่อกัน
ซึ่งการที่ วอร์ด ก้าวขึ้นมาเป็นผู้ช่วยผู้อำนวยการกีฬา ก็รับประกันได้ว่าเขายังคงเป็นคนสำคัญขององค์กรแห่งนี้
อย่างไรก็ดี อีกไม่ช้า บทบาทของเขานอกเหนือจากในห้องบริหารคือการเดินหน้าพัฒนาและสร้างเครือข่ายการติดต่อที่จำเป็นสำหรับการรับมือกับทั้งนักเตะ, เอเยนต์ และสโมสรในการเจรจาเพื่อซื้อนักเตะ-ขายนักเตะ รวมถึงต่อสัญญากับนักเตะที่อยู่กับทีม
โดยหน้าที่ทั้งหมดที่กล่าวมานั้นคืองานที่อยู่ในมือของ เอ็ดเวิร์ดส์
...
วอร์ด เองทำงานใกล้ชิดกับ เจอร์เก้น คล็อปป์ มาสักพักหนึ่งแล้วจึงทำให้เขามีสายสัมพันธ์ที่ดีกับกุนซือชาวเยอรมัน และ คล็อปป์ ก็ชื่นชมคนที่น่าจะได้เป็นทายาทของ เอ็ดเวิร์ดส์ รายนี้อย่างมาก
แล้วถามว่าก่อนหน้านี้ คล็อปป์ เคยพูดอะไรถึงเขามาก่อนบ้างไหม?!
ตอนที่พูดถึง วอร์ด ในช่วงที่เขาทำงานเป็นผู้จัดการด้านการยืมตัวและการสร้างพันธมิตรด้านฟุตบอลเมื่อก่อนหน้านี้นั้น
คล็อปป์ มีแต่คำชื่นชมเขาอย่างเต็มที่
"นี่เป็นบทบาทที่สำคัญมาก ๆ เราทำงานแบบร่วมมือกันอย่างเต็มที่" คล็อปป์ เคยว่าไว้เมื่อปี 2020
"ถ้าคุณต้องย้ายไปเล่นกับที่อื่นแบบยืมตัวน่ะสิ่งที่ดีที่สุดที่สามารถเกิดขึ้นได้ก็คือคุณยังมีสัญญาอยู่กับ ลิเวอร์พูล นั่นหมายความว่า จูลส์ (ชื่อเล่น วอร์ด) จะตามดูแลคุณ"
"เขาเป็นคนที่เดินทางเยอะมาก ๆ หรือไม่ก็เคยเดินทางเยอะในตอนที่มันยังเดินทางไปไหนมาไหนได้ และพวกเขาก็มีการประสานงานกันอย่างต่อเนื่อง"
"ผมค่อนขัางมั่นใจเลยว่าถ้าคุณไปถามเหล่านักเตะแล้วล่ะก็ พวกเขาก็จะตอบแบบเดียวกันทั้งหมด ดังนั้นในด้านการทำงานส่วนตัวแล้วต้องบอกว่าเขาทำได้ดีมาก ๆ "
"จูลส์ ทำงานได้ยอดเยี่ยมมาก ๆ นั่นคือเรื่องจริง ดังนั้นมันเลยเป็นประโยชน์ต่อทั้งเราและต่อนักเตะอย่างมาก"
แม้ว่าจะยังไม่มีการยืนยันถึงอนาคตของ เอ็ดเวิร์ดส์
แต่ความจริงก็คือมีการวางแผนเกี่ยวกับผู้สืบทอดเอาไว้แล้ว เพื่อทำให้มั่นใจว่า ลิเวอร์พูล จะยังเดินหน้าด้วยระบบและกรอบที่จะทำให้สโมสรประสบความสำเร็จต่อไปได้ หากถึงเวลาที่ผู้เชี่ยวชาญด้านการเสริมทัพอย่าง เอ็ดเวิร์ดส์ บอกลาทีมไปแล้ว
เมื่อถึงเวลาที่ วอร์ด ต้องก้าวมารับตำแหน่งที่ใหญ่ขึ้นกับ ลิเวอร์พูล ฟุตบอล คลับ ดูเหมือนว่าเขาจะได้รับการสนับสนุนจากคนสำคัญ ๆ ของสโมสรมากเลยทีเดียว
HOSSALONSO
อ่านบทความและอื่น ๆ ( ผู้สืบทอดตำแหน่งจาก ไมเคิล เอ็ดเวิร์ดส์ - สยามกีฬา )https://ift.tt/3kAuwQc
กีฬา
Bagikan Berita Ini
0 Response to "ผู้สืบทอดตำแหน่งจาก ไมเคิล เอ็ดเวิร์ดส์ - สยามกีฬา"
Post a Comment