
ลิเวอร์พูลอยู่ในภาพรวมที่ยังดูดีอยู่มากเลยนะครับ
แน่นอนในมุมของผู้นิยมความสมบูรณ์แบบ ทุกทีมต่างก็มีเรื่องให้กังวลด้วยกันทั้งนั้น ไม่เว้นแม้กระทั่งแฟนบอลของแมนเชสเตอร์ ซิตี้
ถ้าจะมองหาปัญหาให้เจอมันก็จะเจอ ถ้าจะกวาดสายตาไล่บี้เอาจุดอ่อนให้ได้.. มันก็จะได้
เราหามันได้ทั้งนั้นล่ะครับ ธรรมชาติของมนุษย์เราก็แปลก ชอบหาความกังวลเข้าตัวอยู่เรื่อย
บางครั้งเราอาจจะลืมมองไปว่าในโลกนี้ไม่เคยมีอะไรที่สมบูรณ์แบบจริงๆ ไม่เคยมีดีร้อยเปอร์เซนต์ ไม่เคยมีเลวร้อยเปอร์เซนต์
แล้วบางครั้งเราก็ลืมไปอีกว่ากีฬาก็คือกีฬา ชนะได้ก็แพ้ได้ เรามีมือ คู่แข่งก็มีมือ เรามีเท้า คู่ต่อสู้ก็มีเท้า มีมันสมอง มีจินตนาการ มีวันของตัวเองเหมือนกัน
แล้วบางครั้งเราก็ลืมไปอีกว่ามีอะไรบ้างที่ได้ดั่งใจเราเสมอ แล้วมีเงื่อนไข มีปัจจัย มีปัญหาอะไรอีกบ้างที่เราไม่เคยมองเห็นเวลาที่สโมสรทำอะไรไม่ได้ดั่งใจ ผู้จัดการทีมจัดตัวไม่ได้ดั่งใจ นักฟุตบอลเล่นไม่ได้ดั่งใจ
อันที่จริงแล้วสำหรับผู้นิยมความสมบูรณ์แบบ มันไม่ผิดหรอกที่จะบ่นว่านักเตะที่มีอยู่มากมายมันก็มีแค่ปริมาณไม่มีคุณภาพ
ไม่ผิดหรอกที่จะมองว่าคนนี้ฝีเท้าไม่ถึง ไม่ผิดหรอกที่จะบอกว่าไอ้นี่ไม่ผ่าน ไอ้นั่นไม่พัฒนา ไอ้นู่นหมดไฟ ไม่ผิดหรอกที่จะกังวลว่าเล่นแบบเดิมๆ ระบบเดิมๆ คู่ต่อสู้จับทางได้หมดแล้ว
ไม่ผิดหรอกที่จะเปรียบเทียบนักเตะตัวเองกับคู่แข่ง ไม่ผิดหรอกที่จะเปรียบเทียบการบริหารของสโมสรกับเจ้าของทีมฝ่ายตรงข้าม
ไม่ผิดหรอกที่จะอยากเห็นทุกอย่างดีที่สุด เพอร์เฟกต์ที่สุด ไม่ผิดอยู่แล้วที่อยากให้ทีมรักไร้มลทินปราศจากรอยขีดข่วน
แต่ลองถอยออกมาสักหลายก้าว ทำความเข้าใจในภาพรวมของทั้งหมด เมื่อทุกอย่างประกอบกันเป็นภาพเดียว เกมในสนาม 90 นาทีที่เราเห็นมันเป็นแค่ส่วนหนึ่งของสโมสรเท่านั้น
เป็นส่วนสำคัญมากก็จริง แต่ไม่ใช่ทุกสิ่งทุกอย่าง
ผลแพ้ชนะในวันนี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น ไม่ได้สำคัญทั้งหมดอยู่ฝ่ายเดียว
อนาคตก็สำคัญ ความมั่นคงของรากฐานก็สำคัญ บางทีเราก็แพ้ในวันนี้เพื่อชนะในวันหน้า ต้องอดทน ต้องรอคอย
จริงๆ แล้วเชียร์ทีมฟุตบอลก็เหมือนชีวิตนะครับ มองย้อนกลับไปดูตัวเราก็เคยหกล้ม เคยอกหัก เคยได้ดีใจลิงโลดอย่างสุดเหวี่ยง เคยต้องอดทนอดกลั้นเฝ้ารออะไรบางอย่าง
แน่นอนครับปัจจุบันสำคัญที่สุด เราทำปัจจุบันให้ดีแล้วอนาคตจะดีเอง แต่เราก็คงละทิ้งอดีตไม่ได้ มันสอนเรา มันเป็นบทเรียนให้เรา จะไม่วางแผนเพื่ออนาคตเลยก็คงไม่ถูกต้องนัก เพราะมันคือตัวเราชีวิตเราในวันข้างหน้า
ปัจจุบันนั้นสำคัญแน่แต่อาจไม่ได้เอาความสำคัญไปทั้งหมดร้อยเปอร์เซนต์
เวลาเดินเรื่อยเปื่อยของมันมาถึงกลางเดือนกุมภาพันธ์.. ลิเวอร์พูลยังคงผ่านคำถามมากมายตามรายทางเหมือนเดิมไม่เคยเปลี่ยน
ไม่เคยเลย.. ไม่เคยเปลี่ยนเลย มันเป็นอย่างนี้มาเสมอ
ช่างเป็นทีมที่เต็มไปด้วยคำถามจริงๆ เลยนะครับ แต่ความจริงแล้วผมคิดว่ามันไม่ได้มีแค่ลิเวอร์พูลหรอก ทุกทีมต่างก็เผชิญกับคำถามด้วยกันทั้งนั้น และมันเป็นธรรมชาติของการเชียร์ฟุตบอล เป็นธรรมชาติของแฟนบอล
ช่วงหนึ่งเดือนที่ผ่านมาลิเวอร์พูลก็พิสูจน์อะไรให้เห็นอีกหลายอย่าง
ในวันที่เสมออาร์เซน่อล 0-0 ในลีก คัพรอบตัดเชือกนัดแรกมีคำถามมากมายเรื่องทำไมไม่เตรียมพร้อมให้ดีกับการเสีย ซาลาห์ มาเน่ เกอิต้า ไปแอฟริกัน เนชั่นส์ คัพ เขาเหลือสิบคนยังเจาะไม่เข้าแล้วอย่างนี้เกมลีกจะเอาอะไรไปสู้แมนฯ ซิตี้
ลิเวอร์พูลก็ผ่านคำถามนั้นมาได้ด้วยการทุบปืนใหญ่ในเกมที่สองเข้าชิงลีก คัพได้สำเร็จ เพิ่มเติมด้วยการทะลวงเอฟเอ คัพได้อีกสองรอบ และชนะรวดในพรีเมียร์ลีก
ก็ใช่ล่ะครับ สำหรับผู้นิยมความสมบูรณ์แบบ.. คู่แข่งอย่างชรูว์สบิวรี่ คาร์ดิฟฟ์ เบรนท์ฟอร์ด คริสตัล พาเลซ ไม่นับ
ก็ไม่เป็นไร ไม่นับก็ไม่นับ แต่ผลลัพธ์ที่เห็นๆ อยู่ในมือจะไม่นับไม่ได้นะ
ในการลงตลาดซื้อขายนักเตะ ลิเวอร์พูลก็มีคำถามอีกเช่นกันทั้งยังหนักหน่วงเอาการ แต่พวกเขาก็ทำให้เห็นอีกนั่นแหละว่า ทุกอย่างตั้งอยู่บนแผนงานที่กำหนดเอาไว้แล้ว
และเมื่อแผนงานนั้นวางอยู่บนความชัดเจน มันจึงสามารถยืดหยุ่นได้ในเรื่องระยะเวลา
การซื้อ หลุยส์ ดิอาซ ยืนยันกับเราอย่างนั้น นี่คือดีลที่ผิดแผน ไม่ได้ผิดแผนตรงที่ซื้อผิดตัวเพราะลนลานเห็นทีมอื่นซื้อเลยต้องรีบซื้อบ้าง แต่เพียงแค่ผิดแผนตรงเงื่อนเวลาถูกเร่งให้ซื้อเร็วกว่ากำหนด
เพราะเขาคือเป้าหมายอันดับหนึ่ง และเมื่อกำลังจะถูกสเปอร์สซื้อไป ลิเวอร์พูลจึงต้องรีบหักลำซื้อดาวเตะโคลอมเบียตัดหน้ามาก่อนตั้งแต่ตลาดรอบนี้
ไม่ใช่การซื้อแบบ Panic buy หรือตาลีตาเหลือกซื้อตามคนอื่น ตรงกันข้ามมันคือการซื้อแบบที่มองเห็นกันชัดๆ เลยว่า ล็อกเป้าเอาไว้เรียบร้อยแล้วว่าจะจัดการกับดีลนี้แน่ๆ
ถ้าเป็นไปตามแผนจริงๆ คือมีเวลาให้ จูเลียน วอร์ด เดินดีลนี้แบบเน้นๆ บางทีค่าตัวของดิอาซอาจไม่ต้องจ่ายถึง 37.5 ล้านปอนด์บวกเงื่อนไขเพิ่มเติมอีก 12.5 ล้านปอนด์ก็ได้ ดีลที่ว่าได้มาถูกแล้วยังอาจจะถูกลงไปกว่านี้อีกก็ได้
เรื่องนั้นช่างมันไม่เป็นไร เอาเป้าหมายที่ต้องการมาให้ได้ก่อนดีกว่า
นี่คือการทำงานของลิเวอร์พูล พวกเขาเดินเกมแบบนี้ หนักแน่น มั่นคง ทีมทำงานหัวกะทิทั้งฝ่ายบริหารและฝ่ายฟุตบอลวางแผนกำหนดงานกันไว้ล่วงหน้า รู้แน่นอนว่าระยะสั้นจะทำอะไร ระยะกลาง ระยะยาวจะทำอะไร เป้าหมายคืออะไร
เรื่องนี้ยืนยันกับเราว่าแผนงานการเสริมทีมนั้นมีรอเอาไว้อยู่แล้ว เมื่อถึงเวลาที่เหมาะสมมันจะเกิดขึ้นแน่นอน
ก็ใช่อีกล่ะครับ เวลาที่เหมาะสมสำหรับสโมสรที่ต้องวางแผน ปรึกษา พิจารณา สุมหัวประชุมกันระหว่างทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องกับเวลาที่เหมาะสมของแฟนบอลไม่ค่อยจะตรงกันนักหรอก
เพราะเวลาที่เหมาะสมของแฟนบอลคือตอนนี้ เวลานี้ เดี๋ยวนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งตอนที่ผลการแข่งขันไม่เป็นใจ มันต้องตอนนี้สิ ซื้อได้แล้ว ขายไอ้นั่นทิ้ง ซื้อไอ้นี่มา ทีมเต็มก็ตัดชื่อไอ้นู่นออก ง่ายๆ ใครเขาก็ทำกัน
เวลาที่เหมาะสมของคนที่มีหน้าที่โดยตรง ต้องรับผิดชอบกับทุกสิ่งทุกอย่างโดยตรง ต้องทำงานอย่างละเอียดที่สุดเพื่อให้ได้ตัวเลือกที่ดีที่สุดในเงื่อนไขที่เป็นประโยชน์ที่สุดกับสโมสร.. กับเวลาที่เหมาะสมของแฟนบอลนั้นไม่เคยตรงกันอยู่แล้ว มันเป็นอย่างนี้มาแต่ไหนแต่ไร
ยืนตรงนี้แล้วมองย้อนกลับไปใหม่ แค่หนึ่งเดือนที่ผ่านมาลิเวอร์พูลบอกอะไรกับเดอะ ค็อปมากมาย
ยากง่ายอย่างไรไม่รู้นะครับ ลิเวอร์พูลก็ยังมีลุ้นแชมป์ครบทุกรายการที่ลงแข่ง
ลีก คัพเข้าชิง.. เอฟเอ คัพเข้ารอบห้า.. ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกเตรียมตะบันกับอินเตอร์ มิลาน สองนัดในรอบ 16 ทีมสุดท้าย
ไล่ตามแมนเชสเตอร์ ซิตี้อย่างไม่ลดละในลีก ห่าง 9 แต้มแต่แข่งน้อยกว่าหนึ่งเกม มันมีโอกาสเหลือ 3 คะแนนได้ถ้าเก็บเกมตกค้างกับลีดส์และหักใบเรือในเกมที่เจอกันเองสำเร็จ
ก็ใช่ล่ะครับ สำหรับผู้นิยมความสมบูรณ์แบบ.. คิดว่าจะเก็บเกมตกค้างได้ง่ายๆ หรือ คิดว่าจะชนะซิตี้ได้สบายๆ อะนะ คิดว่าเขาจะยอมง่ายๆ เหรอ
ก็ไม่เป็นไร ไม่ได้บอกว่าชนะง่าย แล้วก็ไม่ได้พูดสักคำว่าเขาจะยอม
เพราะเขาจะยอมไม่ยอมไม่รู้ แต่ที่แน่ๆ กูไม่ยอม มันก็แค่นั้น
ทีมอย่างลิเวอร์พูลถ้ายอมแพ้อะไรง่ายๆ ไม่มีทางผ่านประวัติศาสตร์ร้อยสามสิบปีมาจนมีวันนี้ ถ้าแค่เตะมาครึ่งทางแล้วทิ้งความหวัง ไม่มีวันยิ่งใหญ่อย่างที่เป็นอยู่
จะได้ไม่ได้อย่างไรก็ไม่รู้ จะมีบทสรุปเป็นอย่างไรก็ยังมองไม่เห็น แต่บนเส้นทางที่คลุกเคล้าไปด้วยคำถามตลอด 6 เดือนที่ผ่านมา เราได้รับคำตอบจากลิเวอร์พูลมากมายอยู่เหมือนกันนะครับ
ใจเย็นๆ แล้วเชียร์ให้สนุกเถิด..
ช่วงเวลาสามเดือนหลังจากนี้ ขอให้เชียร์ให้สนุก เราจะลุยกันเต็มที่ ดีไม่ดีไม่รู้แต่ทุกคนพร้อมทั้งกายและใจ
เชียร์ให้สนุกและอย่าลืมให้กำลังใจนักฟุตบอลทุกคนของเราด้วย จะเล่นดีเล่นแย่เล่นขัดใจอย่างไรพวกเขาเหล่านั้นก็เป็นนักเตะของเรา
อย่าลืมคุณค่าของคนที่เคยร่วมทุกข์ร่วมสุขมาด้วยกัน อย่าผลักไสใครเลย ทุกอย่างให้ เจอร์เก้น คล็อปป์ กับทีมงานของเขาตัดสินเองเถอะ
สำหรับผมแล้ว คล็อปป์ว่าไงผมว่างั้น นักเตะคนไหนที่เขาเชื่อใจและส่งลงเล่น ผมเอาหมด เล่นดีเล่นแย่มันแล้วแต่เกม ถ้าไม่ดีจริงจะผ่านสายตาคมกริบตั้งแต่ตอนซ้อมได้ยังไง
ขอให้สามเดือนนี้เป็นสามเดือนที่ดี ขอให้ทุกอย่างเป็นใจ และขอให้มันเป็นสามเดือนที่สนุกสุดเหวี่ยงไปเลย..
ตังกุย
อ่านบทความและอื่น ๆ ( หนึ่งเดือนที่ผ่านมาลิเวอร์พูลบอกอะไรกับเดอะ ค็อปมากมาย - สยามกีฬา )https://ift.tt/v8OTBEn
กีฬา
Bagikan Berita Ini
0 Response to "หนึ่งเดือนที่ผ่านมาลิเวอร์พูลบอกอะไรกับเดอะ ค็อปมากมาย - สยามกีฬา"
Post a Comment