
“ครม.เศรษฐา 1” เปิดโฉมออกมา อย่างเป็นทางการแล้ว ไม่มีอะไรที่ผิดแปลกไปจากเดิมที่หลายฝ่ายคาด การณ์เอาไว้ก่อนหน้านี้ อาจจะถูกใจบ้าง ไม่ถูกใจบ้างก็ว่ากันไป หลายคน หลากหลายความคิดคงไม่มีอะไรที่จะถูกใจไปหมดซะทุกอย่าง
ขณะที่วงการกีฬาก็จับจ้องไปที่เจ้ากระทรวงกีฬาว่าจะเปลี่ยนแปลงจากเดิมหรือไม่ สุดท้ายก็ตามโผ สาวน้อยหน้าหวานจากเมืองย่าโม “ปุ๋ง” สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล เข้ามาบริหารงาน นับเป็น รมว.หญิงคนที่ 2 ต่อจาก “มาดามน้อง” กอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร ที่เคยนั่งเก้าอี้เจ้ากระทรวงเมื่อปี 2557
บอกเลยเป็นงานที่ท้าทายอย่างมากสำหรับเจ้ากระทรวงนี้เพราะต้องดูทั้งเรื่องของการท่องเที่ยวและกีฬาควบคู่กันไป แต่ก็แว่วๆมาว่า “ปุ๋ง” เก่งในเรื่องการท่องเที่ยวเป็นทุนเดิมอยู่แล้วทำให้เบาใจไปเปาะหนึ่ง ส่วนเรื่องงานกีฬาไม่น่ายากเพราะมีที่ปรึกษาอย่าง “บิ๊กโต้ง” กิตติรัตน์ ณ ระนอง อดีตผู้จัดการฟุตบอลทีมชาติไทย รวมถึง “บิ๊กเอ” ผศ.พิมล ศรีวิกรณ์ คอยเป็นกุนซืออยู่แล้ว
โดยในปีนี้เรามีภารกิจสำคัญกีฬาระดับนานาชาติเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 19 เมืองหางโจว ประเทศจีน รออยู่ จึงนับเป็นภารกิจสำคัญอย่างแรกที่จะพิสูจน์ความสามารถของเจ้ากระทรวงกีฬาหลังจากที่เข้ามานั่งบริหารเก้าอี้ตัวนี้
แต่งานใหญ่ในปีหน้าที่รออยู่คือโอลิมปิกเกมส์ 2024 ที่ฝรั่งเศส จะเป็นงานที่ท้าทายครั้งสำคัญหลังจากได้เวลาเรียนรู้เรื่องของกีฬาได้พอสมควร
ก่อนที่จะไปถึงจุดนั้นตอนนี้หลายคนในวงการกีฬาต่างตั้งความหวังให้เจ้ากระทรวงกีฬาได้เข้ามาสะสางงานกีฬาหลายเรื่องที่ยังคั่งค้างอยู่ โดยเฉพาะเรื่องงบประมาณที่ยังล่าช้าในการสนับสนุนสมาคมกีฬาที่ยังเป็นปัญหาใหญ่ที่อาจส่งผลกระทบถึงความสำเร็จในทัวร์นาเมนต์ระดับนานาชาติ รวมถึงการพัฒนาให้ก้าวเดินไปข้างหน้าอย่างเป็นระบบ
งานสำคัญอีกประการที่ค้างคามานานคือการตั้ง “อธิการบดีมหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ” ที่ตอนนี้มี “วิษณุ ไล่ชะพิษ” รักษาการอยู่
ผมในฐานะลูก “เขียวขาวเหลือง” สายเลือดพละบดีก็อยากจะฝากให้เจ้ากระทรวงช่วยสานต่องานนโยบายเดิมของรัฐมนตรีคนก่อน “พิพัฒน์ รัชกิจประการ” ในการตั้งอธิการบดีให้เสร็จลุล่วงเร็ววันเพราะอธิการบดีมอกีฬาแห่งชาติมีความสำคัญอย่างยิ่งกับวงการกีฬาไม่แพ้กัน
ไม่ใช่แค่การตั้งอธิการบดีกีฬาเท่านั้น สำคัญที่สุดคือการวางกฎระเบียบให้ออกมาอย่างชัดเจนเกี่ยวกับคนที่จะมานั่งเก้าอี้อธิการบดีกีฬาควรต้องเติบโตมาจากสายพละศึกษาไม่ใช่ข้ามห้วยเหมือนในอดีตที่ผ่านมา
พวกเราลูกเขียวขาวเหลืองต่อสู้กันมานานกับความไม่ถูกต้องเพราะจริงๆแล้ว “อธิการบดีกีฬา” ควรมาจากสายพละศึกษาแท้ๆตามเส้นทางที่ควรจะเป็น
ที่ผ่านมาทุกอย่างตรงกันข้ามมักจะโดนพวกเส้นใหญ่ข้ามห้วยเข้ามาบริหารงานดังเช่นอธิบดีคนก่อนจนทำให้วงการพลศึกษาเกิดความปั่นป่วน หลายคนควรจะขึ้นตามเส้นทางก็โดนปิดกั้น สุดท้ายใครที่ลิ้นยาวเลียแข้งเลียขาเก่งก็จะได้ดีขึ้นไปใหญ่ทั้งที่ยังไม่ถึงเวลาของตัวเอง
ฝากถึง “รมว.กีฬา” ควรเร่งทำภารกิจสำคัญนี้เพื่อให้ทุกอย่างสามารถขับเคลื่อนไปข้างหน้าได้อย่างตามครรลองคลองธรรม ควรมีการพิจารณาจากความสามารถอย่างแท้จริง อย่าให้ต้องเป็นข้อครหาของชาวพละอีกเลย.
โจโจ้
https://ift.tt/r4AdLw5
กีฬา
Bagikan Berita Ini
0 Response to "ภารกิจสำคัญ - ไทยรัฐ"
Post a Comment